เคล็ดลับ หรือทริคเล็กๆน้อยๆ สำหรับการปั่นจักรยาน ทางไกลระยะทาง 100 กิโลเมตร

จากนักปั่นผู้มากประสบการณ์


     สำหรับนักปั่นจักรยานหลาย ๆ ท่านการที่จะปั่นจักรยานให้ได้ระยะทาง 100 กิโลเมตร ขึ้นไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยครับ ยกเว้นสำหรับผู้ที่เป็นนักกีฬาปั่นจักรยานอยู่แล้ว 100 กิโลเมตรถือเป็นเรื่องปกติ จิ๊บๆ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ใช่นักกีฬาปั่นจักรยานนั้น ระยะทาง 100 กิโลเมตรนั้นถือเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะครับ เพียงแต่เราต้องมีการเตรียมตัวกันหน่อยเท่านั้น ถือซะว่าไปปั่นจักรยานเที่ยวก็แล้วกัน อย่าไปจริงจังกับเรื่องความเร็วมากนักเดี๋ยวจะปั่นไม่ถึง 100 กิโลเมตร แถมกลับมาบ้านอาจได้ของแถมเป็นไม่สบายอีก จะยุ่งกันใหญ่ครับ เพราะการออกกำลังกายมากเกินกว่าร่างกายจะรับไหว อันนี้สำคัญมากนะครับ และนี่ก็เป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้ที่ปั่นจักรยานบางท่าน เบื่อการปั่นจักรยาน ท้อ และเลิกปั่นไปในที่สุด

     ยกตัวอย่างแบบง่าย ๆ นะครับ ถ้าคุณปั่นจักรยานระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร โดยใช้ความเร็วประมาณ 20 – 25 กิโลเมตรต่อชั่งโมง ทริปนี้คุณจะใช้เวลาในการปั่นประมาณ 6 ชั่วโมง ขึ้นไป แต่ไม่น่าจะเกิน 8 ชั่วโมง ครับ เวลานี้เผื่อสำหรับแวะทานอาหารเที่ยง และทำธุระต่าง ๆ แล้ว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น เส้นทางที่เราปั่นไปนั้น เป็นทางเรียบหรือว่ามีทางขึ้นเขา หากเส้นทางที่เราจะไปปั่นนั้นเป็นส่วนเขาเยอะ ควรเผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับเพราะความเร็วที่ใช้จะช้าลง ดังนั้นเราควรศึกษาเส้นทางก่อนแล้วจึงมาคำนวณเวลาในการปั่น แล้วจึงเตรียมตัวอีกทีครับ



เคล็ดลับการปั่นจักรยานให้ครบระยะทางที่เราตั้งเป้าหมายไว้



การเตรียมตัวก่อนออกไปปั่นจักรยาน
     คุณต้องคำนวณเวลาว่าวันนี้เราจะปั่นโดยใช้เวลาประมาณกี่ชั่วโมง และกำหนดเวลาในการเริ่มต้นปั่นว่าเราจะออกไปปั่นกี่โมง และจะกลับมาถึงที่พักกี่โมง เอาแบบคร่าว ๆ ครับไม่ต้องตรงเวลาเป๊ะ ๆ



มันอยู่ที่ตัวเราว่าจะปั่นแบบไหน
     การที่เราปั่นจักรยาน ระยะทางไกล ๆ นั้นความเมื่อยล้านั้นเป็นของคู่กันอยู่แล้วครับ จงพักหากเราอยากจะพัก มันไม่ใช้เรื่องสำคัญเลยที่จะต้องปั่นจักรยานตลอดเวลา เช่นหากเราเห็นวิวทิวทัศน์สวย ๆ ตามทางที่เราไปปั่นเราอาจแวะเก็บภาพไว้ดูในภาพหลัง จงปั่นแบบชิลล์ ๆ คิดซะว่าเป็นการไปเที่ยว




กินให้เยอะ ๆ
     ในระหว่างการปั่นจักรยานเรากินของว่าง หรือขนมไปด้วย และพยายามกินให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ซึ่งของว่าง หรือขนมนั้นควรเป็นของที่ให้พลังงานสูงเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับร่างกายคุณ หากคุณไม่ได้พลังงานที่เพียงพอและละก็ ผลที่ตามมานั้น ค่อนข้างจะหนักนะครับ ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของตัวผมเอง ต้นที่เริ่มปั่นจักรยานใหม่ ๆ ตอนนั้นออกไปซ้อมกับรุ่นพี่คนหนึ่ง ระยะทางในการปั่น 150 กิโลเมตร แถมยังเป็นทางขึ้นเขาเยอะซะด้วยครับ ระหว่างทางผมไม่ค่อยกินอะไร ยกเว้นพักกินข้าวเที่ยง และน้ำเปล่าอีก 2 ขวด เหตุเกิดตอนใกล้จะถึงบ้าน คือเหลือประมาณอีก 20 กิโลเมตร ก็ถึงบ้านแล้วผมก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรงขึ้นมา เฉย ๆ คล้าย ๆ กับรถยนต์เวลาน้ำมันหมดนั้นแหละครับ อาการคือ ตัวจะเย็น ๆ และใจเราจะหวิว ๆ หากปั่นต่อผมคงจะเป็นลมน๊อคคาจักรยานแน่ ๆ เลย ผมเลยบอกกับพี่เขาว่าเราใจหวิว ๆ หมดแรง พี่เขาเลยรีบจอด และซื้อน้ำอัดลมมาให้ และนั่งพักกันสักพัก แรงผมก็เริ่มกลับมาแบบน้อย ๆ พอจะพาตัวเองกลับบ้านได้ หลังจากทริปนั้นผมเวลาออกไปปั่นระยะทางไกล ๆ อีก ผมพกขนมเพียบครับ ประเภทว่ากระเป๋าตุงกันเลย เพราะเข็ดแล้วครับ




ดื่มน้ำเยอะ ๆ เข้าไว้
     น้ำเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เวลาปั่นจักรยาน ร่างกายของเราสูญสียน้ำออกไป โดยเหงือของเรานั้นเองครับ การจิบน้ำบ่อย ๆ เวลาปั่นจึงควรทำเป็นนิสัย พอนาน ๆ ไปเราจะคล่องเองครับ วิธีทดสอบง่าย ๆ ว่าเรากายของเราได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ สังเกตง่าย ๆ ระหว่างทางเราแวะ เบา หรือปัสสาวะ ให้สังเกตุสีของมันหากเป็นสีเหลืองเข้ม แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ควรชดเชยน้ำให้ร่างกายอย่างเพียงพอ โดยเวลาปั่นควรจิบน้ำให้ถี่ขึ้น



อาหารกลางวันอย่าลืมครับ
     แวะรับประทานอาหารเที่ยง ควรทานให้มาก ๆ และควรเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ไม่ต้องกลัวอ้วนครับทานเข้าไปให้มากเท่าที่คุณจะทำได้ ผลดีของมันนั้นไม่ได้มีเฉพาะระหว่างจักรยาน แต่มันจะส่งผลดีต่อเนื่องไปถึง หลังจากที่เราปั่นจักรยานเสร็จแล้วจะทำให้เราไม่รู้สึกอ่อนเพลียมากเกินไปจากการออกไปปั่นจักรยานไกล ๆ




ประสบการณ์จะได้รับจากช่วงปั่นกลับนี่แหละ


     เมื่อคุณเสร็จสิ้นการทานอาหารกลางวันแล้วก็ถึงเวลาสำหรับช่วงครึ่งหลังของการปั่นจักรยานทริปนี้แล้ว ทุกอย่างจะค่อย ๆ เข้ามาหา เช่นความอ่อนล้า ความปวดเมื่อย และอื่น ๆ แต่คุณต้อง ทนให้ได้ และคิดบวกเข้าไว้อย่าถอดใจโดยการโบกรถกลับบ้านนะครับ เพราะถ้าหากเราทำสำเสร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ถือว่าเราชนะใจตัวเองแล้วเพราะมันยิ่งใหญ่กว่าเราชนะใจคนอื่น ๆ

***ขอบคุณข้อมูลและเรื่องราวประสบการณ์ดีๆจากคุณ Kai kanbike จาก thaitmb ครับ